เริ่มเดินทาง ดอนเมือง ไป เตหะราน
เราออกเดินทางจากดอนเมืองไปอิหร่านด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งวุ่นวายมาก ตอนเช็คอินที่เคาเตอร์
พนักงานของแอร์เอเชีย ของดูเงินดอลลาร์ ว่าต้องมีเงินดอลลาร์ในกระเป๋าอย่างน้อยคนละ 560 ดอลล่าร์ จึงจะยอมออกตั๋วให้ ทั้งๆที่พวกเราได้ซื้อตั๋วไปก่อนหน้านี้ไว้สองสามเดือนแล้วก็ตาม พวกนางทำหน้าที่ตรวจเหมือนด่านตรวจคนเข้าเมือง อันนี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อขายตั๋วไปแล้ว ไม่ยอมออกตั๋วต้องโชว์เงิน 560 ดอลลาร์ แล้วตอนขายตั๋วทางออนไลน์ ทำไมไม่บอก (และอยู่ๆก็ทำการยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้ขากลับเราต้องร่นวันกลับเพื่อบินไปลงที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วจึงบินกลับมา ดอนเมือง สุดแสนจะทุเรศ และที่อิหร่าน ไม่สามารถเช็คตั๋วตามชื่อในพาสปอร์ตได้ ต้องพิมพ์ตั๋วใส่กระดาษไปยื่นให้ ถ้าไม่มีกระดาษก็เตรียมนอนตายที่สนามบินอิหร่านได้เลย เน็ตที่อิหร่าน มีแต่ใช้ไม่ได้ เน่าสนิท)ก่อนหน้าที่จะออกเดินทาง พวกเรารวมกลุ่มกันเฟสบุ๊ค จองตั๋วไปกลับและซื้อกระเป๋า เพิ่มคนละ 20กิโล และได้ทำการจองที่พักในแต่และเมืองไปแล้ว พร้อมจ่ายเงิน และมีเอกสารการจองโรงแรม เที่ยวบินภายในประเทศ แล้วจึ่งยื่นสถานฑูตอิหร่านและได้วีซ่ามาแล้ว
ขอแจ้งไว้เลยว่าอย่าบินด้วยแอร์เอเชีย แม้ว่าจะมีราคาถูกแต่เอาเข้าจริงๆแล้ว เพิ่มนั่นนี่ไปก็ไม่ได้ถูกเท่าไหร่ แต่เสียอารมณ์นั้นเงินซื้อคืนมาไม่ได้ ถ้ามีสายการบินอื่นๆ โปรดเลือกเถิด
เราไปถึงสนามบินเตหรานประมาณ สามทุ่ม เวลาที่อิหร่านช้ากว่าเมืองไทย สามชั่วโมงครึ่ง เราหอบเงินดอลล่าร์ไปแลกเอาเงินเรียลที่สนามบิน ไกด์มารับและพาไปแลกคิดราคาคร่าวๆได้ว่าเงินไทยสิบบาทจะได้เงินเรียลหนึ่งหมื่นเรียล 100 บาท = 100000 เรียล วันนี้เราพกเงินติดตัวไป 17 ล้านเรียล
เกือบๆสี่ทุ่มครึ่งไกด์พาขึ้นรถบัสขนาดกลาง นั่งได้ 12 -13 คน มีที่โล่งด้านหลังใส่กระเป๋าเดินทางได้พอดี หลังคาสูง นั่งสบายไม่อึดอัด พาเราเข้าไปตัวเมืองเตหราน จากสนามบินเข้าตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ถึงตัวเมือง เวลาเกือบเที่ยงคืน ร้านรวงต่างๆก็ปิดกันหมดแล้ว ไกด์พาไปกิน อาหารง่าย คือเคบัป ร้านยังคงเปิดอยู่ใกล้ที่พักแต่อาหารก้จวนจะหมดร้านแล้ว เราไปกินเท่าที่เขามีเหลือให้ เป็นไก่อบ แตงกวาดองผักชี หอมหัวใหญ่ และขนมปัง
คืนนี้เราพักที่ Fardis Hotel
โรงแรมที่นี่ไม่มีลิฟต์ ดังนั้นใครที่เอากระเป๋าใหญ่ๆมา จะยกขึ้นห้องลำบากมาก อาจต้องมีกระเป๋าเล้กๆไว้แบ่งเสื้อผ้าขึ้นไปใช้นอนและเปลี่ยนตอนเช้าเท่านั้น
ห้องสะอาดใช้ได้ มีผ้าเช็ดตัวให้และมีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่อาบน้ำ มีน้ำอุ่นให้อาบ ที่เตหะราน เวลานี้ คือตีหนึ่งครึ่ง อากาศ หนาวมากประมาณ 1 องศาเซสเซียส
![]() |
| แผ่นแป้งนุ่ใหนาโรยด้วยงา หอมอร่อยมาก |
![]() |
| แผ่นแป้งแบบบาง กรอบกรุบกริบ รสชาติดี |
แผ่นแป้งมีสองแบบคือแบบบางและกรอบ
กับแบบหนานุ่มและหอม จะมีซีส ให่ซึ่งน้องๆบอกว่าซีสอร่อยมา เอามาทาแผ่นแป้ง มีแยมรสผลไม้ต่างๆ และมีกาแฟ มะเขือเทศสด แตงกวาสด แอปเปิ้ล น้ำผึ้ง ไว้ให้รับประทานตอนเช้า![]() |
| ที่พัก Fadis Hotel |
Internet ของโรงแรมนี้ สัญญาณดีมาก แรง แต่ อินเทอร์เน็ตทุกแห่งในประเทศอิหร่านจะบล๊อค เฟสบุ๊ค เข้าได้แต่ ไลน์ เท่านั้น ถ้าต้องการเข้าเฟสบุ๊คได้ให้ดาวน์โหลด โปรแกรม
OpenVPN Connect
ตามลิงค์นี้หรือค้นในแอฟ ก็ได้ หลังจากต่อwifi ที่โรงแรมได้แล้วให้เปิดโปรแกรมนี้แล้วคลิ๊ก connet ก็จะสามารถเล่นเฟสบุ๊คได้
![]() |
| ซอยในโรงแรมที่พัก Fadis Hotel |
ตอนเช้าเราออกเดินทางไปที่เมือง Kashan
ระหว่างทางจากเตหะรานไป คาชานนั้น ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วย กองทรายเนินสูงต่ำ และภูเขาดินเตี้ยๆสูงๆสลับกันไป บอกความแห้งแล้งไปจนใกล้ถึงคาชาน ก็จะเจอแหล่งโบราณคดี แหล่งโบราณคดี Tepe Sialk
Tepe Sialk เป็นแห่งโบราณสถานโบราณคดี ที่มีขนาดใหญ่ ในย่านชานเมืองของเมืองชานจังหวัดอิสฟาฮันในภาคกลางของอิหร่าน ใกล้กับฟิการ์เด้น
วัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ได้รับการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจากแม่น้ำ Zayandeh
ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ ให้ชม การเข้าแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งจะต้องจ่ายเงินค่าเข้า คนละประมาณ 200 บาท หรือ 200000 เรียล ไม่มีที่ไหนฟรี การถ่ายภาพ ถ่ายบริเวณด้สนนอกได้ ส่วนด้านในพิพิธภัณฑ์ ห้ามถ่าย
วัฒนธรรมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ได้รับการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมจากแม่น้ำ Zayandeh
ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ ให้ชม การเข้าแหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งจะต้องจ่ายเงินค่าเข้า คนละประมาณ 200 บาท หรือ 200000 เรียล ไม่มีที่ไหนฟรี การถ่ายภาพ ถ่ายบริเวณด้สนนอกได้ ส่วนด้านในพิพิธภัณฑ์ ห้ามถ่าย
ถ้าเรายืนถ่ายภาพบนเนินสูงที่นี่ เราจะมองเห็นตัวเมืองคาชานทั้งหมด
![]() |
| แหล่งโบารณคดี Tepe Sialk |
ยังมีการขุดค้นอยู่และสิ่งที่เราเห็น ด้านข้างหลุมนั่นคือโครงกระดูกของเด็ก ยังไม่ได้มีการเคลื่อนย้าย ใด
ในส่วนของพิพธภัณฑ์นั้นก็มีหม้อไห และสิ่งของมีค่าที่ขุดได้ ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ
โครงกระคูกเด็ก
ที่เห็นลิบๆนั่นคือตัวเมืองคาชาน
Fin Garden
เป็นสวนของชาวเปอร์เชีย มีระบบน้ำพุ พุ่งขึ้นมาจากหลุม
![]() |
| กำแพงของ fin garden |
![]() |
| ประตูทางเข้า จ่ายค่าเข้าชมคนละ 200000 เรียล |
ภายในเป็นสวนฤดูร้อน มีรูน้ำพุพุ่งขึ้นมาและทำเป็นรางไหลแจกจ่ายออกไป ขณะที่เข้าชม ยังมีน้ำไหลพุ่งขึ้นมาจากรู อยู่บ้างแต่ไม่ได้ไหลแรงนัก




























ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น